|
|
 |
|
|
เครือข่าย
'แองเจล อินเวสเตอร์' ความร่วมมือระดับสากล 'ยกระดับ' ผู้ลงทุนท้องถิ่น
กรุงเทพธุรกิจ
SMEs : ถนนนักลงทุน วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2544
แม้ว่าในขณะนี้ แองเจล อินเวสเตอร์ จะเป็นสิ่งใหม่สำหรับเมืองไทย
แต่ในต่างประเทศ กลุ่มผู้ลงทุนลักษณะนี้มีบทบาทมานาน โดยเฉพาะในสหรัฐ
ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแองเจล อินเวสเตอร์ จากซิลลิคอน วัลเลย์
ราวช่วงปี 2533 จะมีกลุ่มแองเจล อินเวสเตอร์กว่า 2 ล้านราย
และมีมูลค่าการลงทุนกว่า 100-200 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลุ่มแองเจล
อินเวสเตอร์ ที่มีชื่อเสียงก็เช่น แบนด์ ออฟ แองเจล (Band
of Angels) ที่ซิลลิคอน วัลเลย์, คอมมอน แองเจล (Common Angels)
ที่บอสตัน และอัลลายแอนซ์ ออฟ แองเจล (Alliance of Angels)
ที่ซีแอทเทิล เป็นต้นหรือในหมู่ประชากรของสหรัฐที่มีอายุระหว่าง
25-64 ปีจะเป็นแองเจล อินเวสเตอร์เสียราว 7%
ปัจจุบันแองเจล อินเวสเตอร์ ได้รวมตัวกันขยายเครือข่ายไปยังประเทศต่างๆ
ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแถบเอเชีย อย่างเช่น เกาหลีใต้
สิงคโปร์
สิงคโปร์จัดเป็นประเทศที่เอาจริงเอาจังในการสนับสนุนกิจกรรมของแองเจล
อินเวสเตอร์มาก โดยเฉพาะการเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการด้านไอที
เช่น จัดตั้งกองทุนในวงเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้านนี้
รวมทั้งรัฐบาลได้เข้ามาสนับสนุนการทำงานของแองเจล อินเวสเตอร์อย่างมาก
"ในสิงคโปร์นั้น รัฐบาลได้จัดตั้ง Business Angel Core
Investment Fund ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่อนุมัติแองเจล อินเวสเตอร์รายใหม่ๆ
ที่สนใจจะเข้าลงทุนใน เอสเอ็มอีในช่วงเริ่มต้น (start-up)
โดยมีเพดานการลงทุนกำหนดไว้อย่างน้อย 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ
กรณีนี้จะช่วยให้รัฐบาลตัดสินใจในการเข้ามาร่วมลงทุน ได้ง่ายขึ้น
เพราะเจ้าหน้าที่ภาครัฐอาจจะไม่รู้ว่าจะพิจารณาเอสเอ็มอีรายใดดี
เนื่องจากไม่มีความรู้หรือมีข้อมูลเพียงพอที่จะอนุมัติ แต่แองเจล
อินเวสเตอร์ที่ได้รับ การอนุมัติลงทุนจะสามารถใช้ประสบการณ์ช่วยภาครัฐคัดเลือกผู้เหมาะสมได้รัฐบาลสิงคโปร์ยังมีโครงการช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แองเจล
อินเวสเตอร์ โดยแนะนำ ว่า ควรทำอย่างไรในช่วงเริ่มต้นจัดตั้งบริษัท
มีใบรับรองการลงทุน (certificate for investment) หากแองเจล
อินเวสเตอร์ขาดทุน ก็จะเปิดทางให้บริษัทชดเชย การขาดทุนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนส่วนบุคคลเหล่านี้ได้ระดับหนึ่ง"
"ดร.วอง โปห์ กัม" นักวิชาการจาก "มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์"
ผู้เชี่ยวชาญด้านแองเจลอินเวสเตอร์และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหาร
นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการ ลงทุนธุรกิจ กล่าว"เมื่อแองเจล
อินเวสเตอร์แต่ละรายได้รู้จัก เริ่มต้นมีความสัมพันธ์กัน มีการทำความรู้จักกับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐบาล
สิงคโปร์ ซึ่งรับผิดชอบด้านการลงทุนทางเทคโนโลยี ก็นำไปสู่การพูดคุยเจรจากับกลุ่มคนทั้งสองกลุ่มว่าควรทำอย่างไรถึงจะสนับสนุนบทบาท
ที่แตกต่างกันของ ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในแง่กฎระเบียบ และการบริหารงานที่ดี
และนำมาสู่ความร่วมมือกำหนดนโยบายสนับสนุนในที่สุด" "ดร.กัม"อธิบายถึงรูปแบบการทำงานของแองเจล
อินเวสเตอร์ในสิงคโปร์
"การรวมตัวเป็นกลุ่มช่วยให้นักลงทุนเหล่านี้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญ
สร้างเครือข่าย ส่วนแองเจล อินเวสเตอร์ในไทย ก็อาจจะทำเวิร์คช็อป
จัดอบรมแลกเปลี่ยนความรู้กัน หรือขอคำแนะนำจากสิงคโปร์ซึ่งมีประสบการณ์จากทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษาเกี่ยวข้องได้"
สำหรับบทบาทแองเจล อินเวสเตอร์ในระดับนานาชาตินั้น "ดร.กัม"
กล่าวว่า ปัจจุบัน Business Angel Network (SEA) Limited หรือ
BAN ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายกลุ่มแองเจล อินเวสเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น
มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนา จับคู่การลงทุน นำเสนอโครงการศึกษา
งานวิจัย และกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการลง ทุนของกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้
BAN ยังมีโครงสร้างเช่นเดียวกันกับเครือข่ายของ
Europe Business Angel Network
ในยุโรป หรือ EBANโดยทั้งสององค์กรจากสองภูมิภาค
ต่างทำหน้าที่เครือข่ายให้ International Angel Investor Institute
(IAII) ซึ่งมีหน้าที่เป็นองค์กรหลักความร่วมมือระดับโลกของแองเจล
อินเวสเตอร์ทั่วโลก อีกทีหนึ่ง ในขณะนี้ เพื่อนบ้านอย่างไต้หวันและฮ่องกง
ก็ได้เริ่มต้นก่อตั้งกลุ่มแองเจล อินเวสเตอร์ขึ้นแล้ว ส่วนไทยกำลังอยู่ในระหว่างการกระตุ้นเพื่อรวมตัวกัน
เป็นกลุ่มและเครือข่ายแองเจล อินเวสเตอร์ย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หรืออาเซียนต่อไป
"หลังวิกฤติ 4 เมื่อปีที่แล้ว ผมมั่นใจถึงเวลาแล้วที่อาเซียนรวมทั้งไทย
หากต้องการให้เศรษฐกิจของตัวเองขยายตัวต่อเนื่อง ควรหันมาให้ความสนใจ
สนับสนุน เอสเอ็มอีให้สามารถลงทุน โดยใช้ฐานความรู้เชิงวิชาการที่ไม่ได้มาจากเฉพาะในประเทศเท่านั้น
แต่ยังสามารถกระจายสู่เครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคและ
ระดับโลก ความสำคัญของการมีเครือข่าย จะช่วยภาคเอกชนโดยเฉพาะเอสเอ็มอีรุ่นใหม่และแองเจล
อินเวสเตอร์ที่มีศักยภาพ ให้สามารถผสมผสานความรู้ทาง วิชาการเทคโนโลยี
เข้ากับประสบการณ์การลงทุนจริง มาพัฒนาเพิ่มมูลค่าธุรกิจในอนาคต"
|
|
|
|